Text Size
พฤหัสบดี, กุมภาพันธ์ 23, 2012
24.12.10

BIRKIN and KELLY

มีเพียงไม่กี่อย่างในโลก  ที่ไม่เคยเปลี่ยนรูปทรงดีไซน์เลยแม้แต่น้อย  แต่ยังคงความคลาสสิคและความนิยมอย่างไม่เสื่อมคลาย  หนึ่งในนั้นคือกระเป๋าเคลลี่ (Kelly) และเบอร์กิ้น (Birkin) จากแบรนด์หรู Hermes
ไม่ว่าจะเป็นสิบปีก่อน  หรือปัจจุบัน  เรายังเห็นบรรดาซูเปอร์สตาร์ เซเลบริตี้ทั้งหลายมีเจ้ากระเป๋ารูปทรงสี่เหลี่ยมคล้องอยู่บนแขน  แม้แต่ ชาร์ล็อต์ วิลเลี่ยมสัน และ แม็กกี้ เดวิส ยังได้กล่าวถึงเจ้ากระเป๋าสี่เหลี่ยมสองรุ่นนี้ไว้ในหนังสือ 101 Things to Buy Before You Die
และแน่นอน...ว่ามันเป็น 1 ในสิ่งที่ผู้หญิงทั่วโลกต้องการครอบครอง  อย่างน้อยก็หนึ่งใบในชีวิตนี้
เรื่องราวของกระเป๋าเคลลี่ (Kelly) เป็นที่รู้กันดีว่าชื่อของกระเป๋ามาจากชื่อของ เกรซ เคลลี่ นางเอกแถวหน้าของฮอลลีวูด ซึ่งต่อมากลายเป็นเจ้าหญิงแห่งโมนาโค  โดย Jean-Louis Dumas เจ้าของแบรนด์ตั้งชื่อกระเป๋านี้จากเหตุการณ์ที่เจ้าหญิงแห่งโมนาโคใช้เจ้ากระเป๋าใบนี้ปิดท้องขณะเดินลงจากเครื่องบินเพื่อปกปิดการตั้งครรภ์  เนื่องจากยังไม่พร้อมที่จะเปิดเผยต่อสาธารณะชน  ภาพนั้นถูกปาปารัสซี่ถ่ายได้และลงปกนิตยสาร Life! ในปี 1956 จนโด่งดังไปทั่ว


ข่าวการตั้งครรภ์ของเกรซดังพอๆ กับกระเป๋าที่เธอใช้ปิดท้อง ซึ่ง ฌอน-ลุยส์ ดูมัส ก็ฉลาดพอที่จะฉกฉวยโอกาสตั้งชื่อกระเป๋าใบนี้ตามชื่อเธอ  เพราะที่จริงแล้วกระเป๋าเคลลี่ (Kelly) มีมาตั้งแต่ยุค 1930s แล้ว  โดยมีชื่อเรียกว่า Haut a Courroies แต่เพิ่งจะมาเป็นที่รู้จักและเป็นกระเป๋าที่สาวๆ อยากได้หลังเหตุการณ์นี้เอง
ส่วนกระเป๋าน้องสาวของเคลลี่ (Kelly) อย่างเบอร์กิ้น (Birkin) นั้นก็มีต้นกำเนิดมาจากกระเป๋าแบบเดียวกันคือ Haut a Courroies แต่เป็นเวอร์ชั่นดัดแปลงที่ ฌอน-ลุยส์ ดูมัส ทำให้กับซูเปอร์สตาร์ฮอลลีวูดอย่าง เจน เบอร์กิ้น หลังจากที่เจอกันบนเครื่องบินในปี 1984 และเธอก็บ่นว่าไม่มีกระเป๋าดีๆ สักใบไว้ใช้เลย  เบอร์กิ้น (Birkin) คือกระเป๋าตามจินตนาการของเจนเบอร์กิ้น ที่ ฌอน-ลุยส์ ดูมัส นำ Haut a Courroies มาดัดแปลงและมอบเป็นของกำนัลให้เธอ  พร้อมตั้งชื่อกระเป๋าตามชื่อของเธอ  โดยเธอและเกรซ เคลลี่เป็นเพียงสองคนเท่านั้นที่ Hermes มอบเกียรตินี้ให้
รูปทรงที่เรียบง่ายคลาสสิค  ประกอบกับความพิถีพิถันตั้งแต่การเลือกใช้หนังคุณภาพดี  การเย็บแบบ 2 ฝีเข็มด้วยช่างฝีมือชั้นสูงที่มีเพียงไม่กี่คนของ Hermes และสามารถผลิตได้เพียงไม่กี่ใบตามแต่วัสดุที่ได้มา  และแรงงานฝีมือของช่างล้วนๆ อีกทั้งยังไม่สามารถเดินตรงเข้าไปซื้อในช็อปได้เลยอย่างกระเป๋าแบรนด์อื่นๆ เวตติ้งลิสต์ (waitting list) ที่ยาวข้ามปี  การจะได้เป็นเจ้าของคือสิ่งที่ทำให้กระเป๋าคู่พี่น้องจากแอร์เมสสองใบนี้ยังคงเสน่ห์และเป็นไอเท็มคลาสสิคตลอดกาล  ที่ผู้หญิงทั่วโลกใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าของ...แม้จะยากหรือรอนานเพียงใดก็ตาม