ตอนนี้ทั้งฉันและแม่กำลังหลงเสน่ห์เสื้อผ้าชุดเดียวกันถือเป็นเรื่องนานๆ จะเกิดขึ้นสักทีพอๆ กับความถี่ที่ดาวหางฮัลเล่ย์โคจรมาใกล้โลก เหตุการณ์ประหลาดอันน่าตื่นเต้นนี้เกี่ยวโยงกับเหล่าดีไซเนอร์ผู้สรรค์สร้างเสื้อผ้าดังว่า ซึ่งส่วนมากก็เป็นผู้หญิงนี่แหละ ในกลุ่มนี้มีสามสาวทหารเสื้อสเตลล่า แม็กคาร์ทนีย์ ฟีบีไฟโลจากเซลีน (celine) และฮันนาห์ แม็กกิบบอนจากโค้ลเอ้ (chloe) อยู่ด้วย สาวๆ เหล่านี้ออกแบบเสื้อผ้ามาให้ตัวเอง ไม่ใช่ให้สาวร้ายร้อนแรงซึ่งไม่มีตัวตนและไม่เคยต้องเข้าออฟฟิศ เลี้ยงลูก หรือแม้แต่จะต้องเดินไปไหนมาไหน ดีไซเนอร์เหล่านี้ออกแบบสิ่งที่พวกเธออยากจะสวมใส่ นั่นก็คือเสื้อผ้าเรียบหรูแนวมินิมัล ผลที่ได้คือเสื้อผ้าคอลเลกชั่นแล้วคอลเลกชั่นเล่าซึ่งเต็มไปด้วยความคลาสสิกไร้กาลเวลา กระทั่งทำให้คำถามสุดอมตะประจำวงการแฟชั่นอย่าง “ฉันแก่เกินจะใส่ชุดนี้หรือเปล่านะ” มีอันต้องพับไปเลยทีเดียว
การสร้างสรรค์คอลเลกชั่นในแนวทางนี้ทำให้เราต้องเปลี่ยนแนวคิดเรื่องการแต่งกายขนานใหญ่ ก็ทำไมสาวน้อยวัยยี่สิบกว่ากับคุณแม่วัยห้าสิบกว่าจะแบ่งกันใส่กางเกงสีน้ำตาลอ่อนของโคลเอ้ (chloe) ตัวเดียวกันไม่ได้ล่ะ โค้ตสีเทาคอสูทและชุดกระโปรงแขนกุดทรงเอของแม็กคาร์ทนีย์ (McCartney) ก็เหมือนกัน ไม่มีเหตุผลอะไรจะใส่ร่วมกันไม่ได้ คำว่า “แต่งตัวกระชากวัย” จะไม่อยู่ในพจนานุกรมเลยหาคุณพูดถึงเสื้อผ้าพวกนี้ เพราะนอกจากมันจะดูเก๋ไก๋และไม่มีทางพลาดแล้ว คอลเลกชั่นเหล่านี้ยังจะทำให้คุณดูดีเป็นผู้หญิงเต็มตัว แต่ที่เด็ดที่สุดก็คือคุณไม่ต้องหาวิธีสวมมันให้สวย แต่เสื้อจะทำให้คุณสวยต่างหาก แนวคิดเกี่ยวกับการทำเสื้อผ้าให้สวมใส่ได้ทุกวัย (ซึ่งพักหลังๆ นี้ดูจะถูกแบนไปจากวงการแฟชั่น) ได้กลับมาแล้วอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ และถ้าถามฉันก็คงต้องบอกว่ายินดีต้อนรับ ขอให้เทรนด์นี้อยู่ด้วยกันนานๆ เถอะนะ
ใช่จะมีแต่ฉันและแม่ที่หันมาสนใจเสื้อผ้าแบบเดียวกัน ลองดูสาวสังคมในวัยหกสิบอย่างเจมี เกรอรี่และซาแมนธาลูกสาววัยสามสิบกว่าของเธอเป็นตัวอย่าง ทั้งคู่ตกหลุมรักเสื้อผ้าทุกชิ้นของโคลเอ้ (chloe) “ฉันตั้งใจจะซื้อกางเกงแบบเดียวกับที่เคยสวมสมัย ‘70s เพราะกางเกงทรงพริ้วพองกับเสื้อคอเต่าเรียบๆ ทำให้คนรูปร่างสูงผอมดูสมส่วนได้ดีค่ะ” เจมีเล่าถึงแผนการซื้อเสื้อผ้าเข้าตู้ในฤดูใบไม้ร่วงนี้
ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม การซื้อเสื้อผ้าที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้จะไม่ทำให้รู้สึกผิดเท่าใดนักด้วยเหตุผลบางประการ การตัดสินใจซื้อเสื้อสไตล์นี้ดูออกจะเป็นความชาญฉลาดราวกับการฝากเงินใส่บัญชีเพื่อชีวิตวัยเกษียณ “เสื้อผ้าลำลองมีอะไรบางอย่างที่ทำให้ดูโก้หรูมีราคาค่ะ” ลิซ่า มารี เฟอร์นันเดซ สไตลิสต์และดีไซเนอร์ชุดว่ายน้ำวัยสามสิบกล่าว จริงของเธอ เสื้อผ้าพวกนี้ดูแพงสมราคาจริงๆ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี “เสื้อผ้าเหล่านี้ใส่แล้วคุ้มค่าค่ะ” เธอเสริม “วิธีการใส่ก็พลิกแพลงได้หลายแบบ จะสวมกับบอดี้สูท เสื้อเนื้อบาง หรือเสื้อคอเต่าก็ได้ ทั้งยังไม่ดูสะดุดตาเกินไปอีกด้วยไม่เหมือนกับชุดบนรันเวย์ที่พอผ่านไปสักระยะนึงคุณก็จะเริ่มเบื่อ เสื้อผ้าพวกนี้เป็นการลงทุนที่ฉันจะชอบไปอีกนานค่ะ”
แล้วอะไรควรอยู่ในอันดับต้นๆ ของรายการช็อปปิ้งกันล่ะ ข้อแรกเลยคือสีกลาง พวกสีน้ำตาลอ่อน น้ำเงินเข้ม เทาและดำ ถือเป็นสีที่มีได้ไม่อั้น สีเหลืองมะนาวไม่ได้ดูหรูหราเสมอไป แต่เสื้อแคชเมียร์คอวีสีเทาตัวสวยหรือโค้ตสีน้ำตาลอูฐรับรองว่าดูหรูอยู่เสมอ ลองนึกภาพเกรต้า การ์โบลี แรดซิวิลล์และแคทเธอรีน เดอเนิฟตามไปด้วย เพราะพวกเธอล้วนติดอันดับผู้หญิงแต่งตัวดีได้หลายปีซ้อนก็เพราะเสื้อผ้าแบบเน้นโทนสีกลางนั่นเอง
ภารกิจต่อไปคือคำถามที่ว่า เสื้อผ้าสีกลางต้องทรงไหนถึงจะดี เริ่มต้นที่โค้ตสักตัวก่อน ฤดูใบไม้ร่วงนี้โค้ตดูสวยเป็นพิเศษ ทั้งแบบเรียบตรงตัดเย็บประณีตแต่งรายละเอียดด้วยหนังแบบยาวสะดุดตาคาดเข็มขัด หรือที่ได้แรงบันดาลใจจากชุดทหารบกและทหารเรือ ทางเลือกมีไม่จบสิ้นเชียวค่ะ ฉันเองซื้อเสื้อคลุมเคปสีน้ำตาลอูฐของสเตลล่า แม็กคาร์ทนีย์มาตัวหนึ่งด้วยเหตุผลก็คือพี่สาวฉันยังสวมเสื้อคลุมเคปตัวเดียวกับที่แม่สวมสมัยฉันเพิ่งเกิดอยู่เลย (โดยทางทฤษฎีก็เท่ากับว่าฉันเพิ่งซื้อเสื้อที่จะยกให้ลูกสาวมาตัวหนึ่ง จริงไหมคะ) เสื้อคลุมแบบนี้จะแต่งแบบเพรียวเรียบโดยจับคู่กับกางเกงขาห้าส่วนทรงแคบ หรือจะแต่งแนวสูงยาวโดยจับคู่กับกางเกงขายาวบานพลิ้วก็ทำได้ ลองเลือกทั้งสองแบบบวกกับเสื้อผู้หญิงเนื้อนิ่มใส่สบายและสเว็ตเตอร์แคชเมียร์อีกสองสามตัว นี่ไง! เท่านี้คุณก็ได้เสื้อผ้าชิ้นหลักในตู้เสื้อผ้าแล้ว
จริงอยู่ที่ว่าหัวใจของการแต่งตัวแบบนี้คือความง่ายสบายๆ แต่ก็อาจจะมีอุปสรรคเล็กๆ คือจะทำอย่างไรให้เสื้อผ้าคลาสสิกแนวใหม่ดูทันสมัยหากคุณอายุสามสิบสอง และดูงามสมวัยหากคุณอายุห้าสิบเจ็ด เจฟฟรีย์ คาลินสกี เจ้าของห้างเสื้อผ้าเจฟฟรีย์ คิดว่าสำหรับการจับคู่เสื้อผ้าแล้ว มันเป็นเรื่องของตัวตนที่แท้จริงของคุณต่างหาก “ผู้หญิงอายุเจ็ดสิบห้าที่เคยเดินทางมาแล้วทั่วโลกอาจจะดูเท่กว่าสาวอายุยี่สิบห้าก็ได้นะครับ” เขากล่าว “และผมก็ไม่ชอบใช้คำว่า ‘มินิมัล’ กับเสื้อผ้าเลย ผมชอบคำว่า ‘บริสุทธิ์’ มากกว่า เสื้อผ้าบริสุทธิ์จะช่วยให้คนสวมดูมีสง่าขึ้น เสื้อก็เหมือนผ้าใบสีขาวให้คุณเติมแต่ง และไม่ว่าเสื้อผ้าแบบบริสุทธิ์พวกนี้จะมีรายละเอียดเป็นสีแสบสันต์หรือลายพิมพ์หนังสัตว์ คุณก็ต้องสวมใส่มันอย่างมีบุคลิกด้วย”
ฉันเห็นด้วย นี่เป็นเรื่องการเติมความมีชีวิตชีวาให้กับเสื้อผ้าในระดับที่เหมาะสมเพื่อให้เสื้อผ้าเหล่านี้เหมาะกับตัวคุณ แต่ฉันคิดว่ามีปัจจัยเกี่ยวกับอายุอยู่บ้าง เกรกอรี่นั้นชอบลุคแบบเรียบหรู “กำไลวงหนา สร้อยโซ่สีทองเส้นใหญ่ และบู๊ตหนังกลับสั้นแค่ข้อเท้าจากลูบูแต็งจะช่วยเติมความน่าสนใจให้กับเนื้อผ้าประเภทไหมพรมหรือผ้าสองหน้าซึ่งมีสีโทนเดียวเรียบๆ ค่ะ” เธออธิบาย “ส่วนลูกสาวฉันก็จะแต่งผสมผสานกว่านี้โดยสวมกับยีนส์และเลกกิ้งส์ยีนส์ค่ะ” สำหรับวิทนีย์ โพซเกย์ ดีไซเนอร์รุ่นเล็กที่เพิ่งจะออกไลน์ของตัวเองมาในชื่อ ‘Whit’ การจะแต่งแนวมินิมัลแต่พองามยังขึ้นอยู่กับวิธีพลิกแพลงเติมลูกเล่นให้กับเสื้อผ้าด้วย เธอยอมลงทุนกับโค้ตทรงเอพลิ้วๆ สีเทาจากมาร์ก เจค็อปส์ (Marc Jacob) “คุณสวมไปได้อีกนานเลยค่ะ จะสวมทับชุดทรงไหนก็เยี่ยมทั้งนั้น” โพซเกย์ให้เหตุผล และฤดูใบไม้ร่วงนี้เจ้าโค้ตที่ว่าก็จะได้สวมทับกระโปรงสั้นพองสีน้ำตาลแดงของวิท “ถ้าฉันอายุมากกว่านี้ฉันก็ยังสวมโค้ตตัวนี้กับอะไรที่ดูเรียบร้อยและสวยสง่ากว่านี้ได้ค่ะ” เธอว่า และเพื่อให้พวกเสื้อผ้าสีน้ำตาลอ่อนและสีเทาเหล่านี้ น่าตื่นตาขึ้น ตอนนี้เธอกำลังตามหาถุงน่องสีชมพูอมส้มอ่อนๆ และสีเขียวมิ้นต์
โพซเกย์อายุยี่สิบเก้า ส่วนฉันเป็นสาวร่างจิ๋ววัยสี่สิบกว่าๆ และแม้ว่าเธอสวมสีมินต์แล้วจะดูน่ารักเพียงใด แต่ฉันก็ไม่อยากเห็นสีนั้นมาอยู่บนขาของฉันแน่ อันที่จริงเสน่ห์หรูหราแบบใส่ได้จริงของเสื้อผ้าแบบนี้ก็คือการละเว้นไม่ใส่บางอย่างเสียบ้าง การแต่งนั่นเติมนี่มากเกินไปอาจจะทำให้ลุคนี้เสียศูนย์ ยิ่งอายุมาก เครื่องประดับก็ควรจะดูเรียบหรูยิ่งขึ้นเท่านั้น แต่อย่าได้ทำให้คำว่าเรียบหรูกลายเป็นจืดชืด "ฉันกำลังหารองเท้าอยู่ค่ะ ตอนนี้ฉันมีแต่รองเท้านำเทรนด์จ๋า" อแมนดา บรู๊คส์วัยสามสิบหก นักเขียนและผู้อำนวยการฝ่ายแฟชั่นแห่งวิลเลี่ยมแอนด์มอร์ริส เอ็นเดวอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นต์กล่าว "ฉันเพิ่งซื้อชุดกระโปรงทรงเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มมา และรองเท้าที่มีอยู่ก็ไม่เข้ากับชุดเลย ชุดแบบนี้น่าจะใส่กับรองเท้าส้นสูงแบบคลาสสิกมากกว่า" อนิจจา นี่แหละปัญหาที่แก้ไม่ตก มีเส้นขีดคั่นบางๆ ระหว่างรองเท้าที่ดูจะนำแฟชั่นกว่านิดหน่อย ฉันเห็นด้วยว่ารองเท้าสำคัญที่สุดในการตอบโจทย์การสวมเสื้อผ้าสไตล์มินิมัลเหล่านี้ เฟอร์นันเดซเองก็เห็นด้วย "รองเท้ามีส่วนสำคัญกับลุคค่ะ" เธอว่า "รองเท้าควรมีคาแร็คเตอร์ของมันเอง ฉันชอบบู๊ตสีสวยๆ ของเซลีน (celine) อย่างสีน้ำตาลอูฐ และฉันจะซื้อรองเท้าส้นสูงแรงๆ ไว้สวมกับโค้ตตัวพองสีน้ำตาลอ่อนจากบาลองเซียก้า (Balenciaga) และโชว์ขาเปลือยด้วย"
หากคุณอยู่ในวัยเดียวกับโพซเกย์ล่ะก็ รองเท้ายิ่งแรงเท่าไรก็ยิ่งดี ถ้าคุณมีทรัพย์พอจะทุ่มให้กับบู๊ตปีนเขาผูกเชือกส้นสูงจากอัซเซดีน อไลยา หรือบู๊ตจากเบอร์เบอร์รี่ (burberry) ที่บุด้วยขนลูกแกะ ก็ทำเถอะค่ะ แต่ในวัยนี้ฉันต้องการรองเท้าที่ใส่ได้จริงขึ้นอีกนิด (ฉันหมายถึงนิดเดียวจริงๆ ค่ะ) สำหรับรองเท้าส้นสูงเด่นๆ อย่างรองเท้าโลเฟอร์ส้นตึกไม้จากเซลีน (celine) หรือรองเท้าส้นตึกลายเสือ จากมิวมิว (MiuMiu) เอาไว้สวมกับขาเปลือยและกางเกง แต่สำหรับผู้หญิงวัยหกสิบ ต้องรองเท้าส้นสูง (ทั้งสูงมากและสูงน้อย) คลาสสิกจากลูบูแต๊งหรือมาโนโล ส่วนกระเป๋า ลองเลือกกระเป๋าสะพายไหล่ทรงแข็ง ขนาดกระทัดรัดที่มีสายยาวอย่าง Zucca Classico จากเฟนดิ (Fendi) Chyc จากอีฟส์ แซ็งต์ โลรองต์ และ PS11 จากโพรเอ็นซ่า สกูเลอร์ รวมถึง Neo Speedy ที่มีหูด้านบนของหลุยส์ วิตตอง (Louis Vuitton) ซึ่งดูน่ารักยามอเล็กซา ชังหิ้ว แต่หากไปอยู่บนแขนของไดแอน ซอว์เยอร์ก็จะกลายเป็นสวยสง่า อย่างที่เฟอร์นันเดซว่า "ฉันชอบตัวเองตอนนี้มากกว่าตอนอายุยี่สิบสาม และก็ไม่อยากดูเหมือนเป็นเบบี้ เจน (ตัวละครในนิยายที่พยายามทำตนให้เด็กอยู่ตลอดเวลา) ฉันอยากจะดูเป็นผู้หญิงอีกครั้งค่ะ" การแต่งตัวสมหญิง ไม่ว่าในวัยยี่สิบห้าหรือเจ็ดสิบห้าคือหัวใจของเสื้อผ้าเหล่านี้ ช่างเป็นไอเดียที่ล้ำสมัยโดยแท้