Text Size
อาทิตย์, มกราคม 29, 2012

บ้านกระเป๋าแบรนด์เนม กระเป๋าแฟชั่น

บ้านกระเป๋า

กระเป๋าแบรนด์เนม

Master of leathers

ความคลาสสิกของกระเป๋าอะมาโซน่า (Amazona) อยู่ที่ดีไซน์เรียบง่าย ฟังก์ชั่นใช้งานไม่ซับซ้อน และคุณภาพของหนัง ซึ่งแน่นอนว่าผ่านฝีมือตัดเย็บของช่างยอดฝีมือที่ทำงานกับโลเอเว่ (Loewe) มานานกว่าครึ่งศตวรรษ อะมาโซน่าซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปีค.ศ. 1975 คืองานฝีมืออันเกิดจากการนำแผ่นหนังคุณภาพ 61 ชิ้นมาประกอบ ผ่านขั้นตอนการทำ 250 ขั้นและใช้เครื่องมือการตัดเย็บ 45 ชิ้น คุณค่าของ "งานฝีมือชั้นสูง" ปรากฏบนพื้นที่ทุกตารางนิ้วของกระเป๋าอะมาโซน่าใบแล้วใบเล่า และเร็วๆ นี้ยังถูกถ่ายทอดผ่านหนังสือ Master of Leathers (ลิมิเต็ดเอดิชั่นที่ภาพประกอบของโรเบิร์ต คลาร์ก) ทว่าสำหรับสจ๊วร์ต วีเวอร์ส (Stuart Vevers) ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของโลเอเว่ ผู้ผลักดันให้กระเป๋าอะมาโซน่าก้าวสู่สถานะกระเป๋าไอคอนที่โด่งดังทั่วโลก ความประทับใจแรกกลับอยู่ที่เรื่องจุดกำเนิด "ตอนแรกผมไม่นึกชอบกระเป๋าใบนี้เลยนะ" วีเวอร์สารภาพ "แต่มีคนเล่าให้ฟังว่ากระเป๋าอะมาโซน่าถูกออกแบบมาเพื่อฉลองการปลดแอกของผู้หญิง ในยุคที่การปกครองแบบเผด็จการของสเปนสิ้นสุด กระเป๋าใบนี้จึงมีความเป็นอิสระ ทั้งนุ่ม เบา สวยงาม เป็นกระเป๋าใช้งาน 24 ชั่วโมงใบแรกจากโลเอเว่" เขาเล่า "ผมรู้จักประวัติกระเป๋าอื่นๆ มาก็หลายใบ แต่ไม่เคยได้ยินเรื่องราวทำนองนี้เลยนะ"

 
บ้านกระเป๋า

กระเป๋าแบรนด์เนม

Timeless Classic

บริเวณด้านหน้าของบูติกทอดส์ (TOD'S) ณ พารากอน (Paragon) สิงคโปร์ ได้ถูกเนรมิตให้เป็นห้องแสดงนิทรรศการขนาดกะทัดรัด  ใต้โถงเพดานสูงแสนหรูหราของส่วน "Atrium" ถูกประดับประดาด้วยธง "Tod's" ผืนยาว  เพื่อแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของแบรนด์สัญชาติอิตาเลียนที่ได้เดินทางมายังเอเชียมาเป็นเวลานับสิบๆ ปีแล้ว  ปีนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ทอดส์จะจัดแสดงนิทรรศการกระเป๋าแสนคลาสสิกที่ถือเป็นไอคอนของทอดส์นั่นคือ "D-Bag" หลากรุ่น  เพื่อให้บรรดาสาวกทอดส์รุ่นใหม่ได้รู้จักความเป็นมาของกระเป๋ารุ่นตำนานนี้มากยิ่งขึ้น  ยิ่งไปกว่านั้นยังถือเป็นการให้เกียรติแด่เจ้าหญิงไดอาน่า ผู้ซึ่งทอดส์ได้ตั้งชื่อกระเป๋า D-Bag นี้ตามชื่อตัวอักษรแรกของเธอนั่นเอง

บ้านกระเป๋า

กระเป๋าแบรนด์เนม

กระเป๋าหลุยส์วิตตอง

กระเป๋าเป็นอีกแฟชั่นหนึ่งที่มนุษย์ในยุคปัจจุบันให้ความสนใจและนิยมกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งกระเป๋าก็จะมีหลากหลายแบบที่แตกต่างกันออกไป และอีกหนึ่งแฟชั่นของกระเป๋าที่ได้รับความนิยมก็เห็นจะเป็นกระเป๋าหลุยส์นี่แหละ ที่เป็นเทรนใหม่ที่กำลังมาแรงมากในบรรดาของคนที่ชอบแฟชั่นทั้งหลายให้ความนิยม กระเป๋าหลุยส์ถึงแม้ว่าจะเป็นกระเป๋าที่มีราคาค่อนข้างจะแพงพอสมควร แต่ถ้าพูดถึงความสวยงาม และคุณสมบัติของกระเป๋าหลุยส์ ก็ถือว่าน่าใช้งานกันทีเดียว

 
บ้านกระเป๋า

กระเป๋าแบรนด์เนม

BIRKIN and KELLY

มีเพียงไม่กี่อย่างในโลก  ที่ไม่เคยเปลี่ยนรูปทรงดีไซน์เลยแม้แต่น้อย  แต่ยังคงความคลาสสิคและความนิยมอย่างไม่เสื่อมคลาย  หนึ่งในนั้นคือกระเป๋าเคลลี่ (Kelly) และเบอร์กิ้น (Birkin) จากแบรนด์หรู Hermes
ไม่ว่าจะเป็นสิบปีก่อน  หรือปัจจุบัน  เรายังเห็นบรรดาซูเปอร์สตาร์ เซเลบริตี้ทั้งหลายมีเจ้ากระเป๋ารูปทรงสี่เหลี่ยมคล้องอยู่บนแขน  แม้แต่ ชาร์ล็อต์ วิลเลี่ยมสัน และ แม็กกี้ เดวิส ยังได้กล่าวถึงเจ้ากระเป๋าสี่เหลี่ยมสองรุ่นนี้ไว้ในหนังสือ 101 Things to Buy Before You Die
และแน่นอน...ว่ามันเป็น 1 ในสิ่งที่ผู้หญิงทั่วโลกต้องการครอบครอง  อย่างน้อยก็หนึ่งใบในชีวิตนี้
เรื่องราวของกระเป๋าเคลลี่ (Kelly) เป็นที่รู้กันดีว่าชื่อของกระเป๋ามาจากชื่อของ เกรซ เคลลี่ นางเอกแถวหน้าของฮอลลีวูด ซึ่งต่อมากลายเป็นเจ้าหญิงแห่งโมนาโค  โดย Jean-Louis Dumas เจ้าของแบรนด์ตั้งชื่อกระเป๋านี้จากเหตุการณ์ที่เจ้าหญิงแห่งโมนาโคใช้เจ้ากระเป๋าใบนี้ปิดท้องขณะเดินลงจากเครื่องบินเพื่อปกปิดการตั้งครรภ์  เนื่องจากยังไม่พร้อมที่จะเปิดเผยต่อสาธารณะชน  ภาพนั้นถูกปาปารัสซี่ถ่ายได้และลงปกนิตยสาร Life! ในปี 1956 จนโด่งดังไปทั่ว

บ้านกระเป๋า

กระเป๋าแบรนด์เนม

เสื้อผ้ากระเป๋าแบบใหม่สุดเก๋

ตอนนี้ทั้งฉันและแม่กำลังหลงเสน่ห์เสื้อผ้าชุดเดียวกันถือเป็นเรื่องนานๆ จะเกิดขึ้นสักทีพอๆ กับความถี่ที่ดาวหางฮัลเล่ย์โคจรมาใกล้โลก  เหตุการณ์ประหลาดอันน่าตื่นเต้นนี้เกี่ยวโยงกับเหล่าดีไซเนอร์ผู้สรรค์สร้างเสื้อผ้าดังว่า  ซึ่งส่วนมากก็เป็นผู้หญิงนี่แหละ  ในกลุ่มนี้มีสามสาวทหารเสื้อสเตลล่า แม็กคาร์ทนีย์ ฟีบีไฟโลจากเซลีน (celine) และฮันนาห์ แม็กกิบบอนจากโค้ลเอ้ (chloe) อยู่ด้วย  สาวๆ เหล่านี้ออกแบบเสื้อผ้ามาให้ตัวเอง  ไม่ใช่ให้สาวร้ายร้อนแรงซึ่งไม่มีตัวตนและไม่เคยต้องเข้าออฟฟิศ  เลี้ยงลูก  หรือแม้แต่จะต้องเดินไปไหนมาไหน  ดีไซเนอร์เหล่านี้ออกแบบสิ่งที่พวกเธออยากจะสวมใส่  นั่นก็คือเสื้อผ้าเรียบหรูแนวมินิมัล  ผลที่ได้คือเสื้อผ้าคอลเลกชั่นแล้วคอลเลกชั่นเล่าซึ่งเต็มไปด้วยความคลาสสิกไร้กาลเวลา  กระทั่งทำให้คำถามสุดอมตะประจำวงการแฟชั่นอย่าง “ฉันแก่เกินจะใส่ชุดนี้หรือเปล่านะ” มีอันต้องพับไปเลยทีเดียว
การสร้างสรรค์คอลเลกชั่นในแนวทางนี้ทำให้เราต้องเปลี่ยนแนวคิดเรื่องการแต่งกายขนานใหญ่  ก็ทำไมสาวน้อยวัยยี่สิบกว่ากับคุณแม่วัยห้าสิบกว่าจะแบ่งกันใส่กางเกงสีน้ำตาลอ่อนของโคลเอ้ (chloe) ตัวเดียวกันไม่ได้ล่ะ  โค้ตสีเทาคอสูทและชุดกระโปรงแขนกุดทรงเอของแม็กคาร์ทนีย์ (McCartney) ก็เหมือนกัน  ไม่มีเหตุผลอะไรจะใส่ร่วมกันไม่ได้  คำว่า “แต่งตัวกระชากวัย” จะไม่อยู่ในพจนานุกรมเลยหาคุณพูดถึงเสื้อผ้าพวกนี้  เพราะนอกจากมันจะดูเก๋ไก๋และไม่มีทางพลาดแล้ว  คอลเลกชั่นเหล่านี้ยังจะทำให้คุณดูดีเป็นผู้หญิงเต็มตัว  แต่ที่เด็ดที่สุดก็คือคุณไม่ต้องหาวิธีสวมมันให้สวย  แต่เสื้อจะทำให้คุณสวยต่างหาก  แนวคิดเกี่ยวกับการทำเสื้อผ้าให้สวมใส่ได้ทุกวัย (ซึ่งพักหลังๆ นี้ดูจะถูกแบนไปจากวงการแฟชั่น)  ได้กลับมาแล้วอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่  และถ้าถามฉันก็คงต้องบอกว่ายินดีต้อนรับ  ขอให้เทรนด์นี้อยู่ด้วยกันนานๆ เถอะนะ
ใช่จะมีแต่ฉันและแม่ที่หันมาสนใจเสื้อผ้าแบบเดียวกัน  ลองดูสาวสังคมในวัยหกสิบอย่างเจมี เกรอรี่และซาแมนธาลูกสาววัยสามสิบกว่าของเธอเป็นตัวอย่าง  ทั้งคู่ตกหลุมรักเสื้อผ้าทุกชิ้นของโคลเอ้ (chloe) “ฉันตั้งใจจะซื้อกางเกงแบบเดียวกับที่เคยสวมสมัย ‘70s เพราะกางเกงทรงพริ้วพองกับเสื้อคอเต่าเรียบๆ ทำให้คนรูปร่างสูงผอมดูสมส่วนได้ดีค่ะ” เจมีเล่าถึงแผนการซื้อเสื้อผ้าเข้าตู้ในฤดูใบไม้ร่วงนี้
ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม  การซื้อเสื้อผ้าที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้จะไม่ทำให้รู้สึกผิดเท่าใดนักด้วยเหตุผลบางประการ  การตัดสินใจซื้อเสื้อสไตล์นี้ดูออกจะเป็นความชาญฉลาดราวกับการฝากเงินใส่บัญชีเพื่อชีวิตวัยเกษียณ “เสื้อผ้าลำลองมีอะไรบางอย่างที่ทำให้ดูโก้หรูมีราคาค่ะ” ลิซ่า มารี เฟอร์นันเดซ สไตลิสต์และดีไซเนอร์ชุดว่ายน้ำวัยสามสิบกล่าว  จริงของเธอ  เสื้อผ้าพวกนี้ดูแพงสมราคาจริงๆ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี “เสื้อผ้าเหล่านี้ใส่แล้วคุ้มค่าค่ะ” เธอเสริม “วิธีการใส่ก็พลิกแพลงได้หลายแบบ จะสวมกับบอดี้สูท  เสื้อเนื้อบาง  หรือเสื้อคอเต่าก็ได้  ทั้งยังไม่ดูสะดุดตาเกินไปอีกด้วยไม่เหมือนกับชุดบนรันเวย์ที่พอผ่านไปสักระยะนึงคุณก็จะเริ่มเบื่อ  เสื้อผ้าพวกนี้เป็นการลงทุนที่ฉันจะชอบไปอีกนานค่ะ”